10 อันดับการย้ายทีมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล อัพเดตล่าสุด 2026
การย้ายทีมของนักฟุตบอลระดับโลกมักสร้างความฮือฮาเสมอครับ เพราะนอกจากจะสะท้อนถึงฝีเท้าและศักยภาพของนักเตะแล้ว ยังบ่งบอกถึงความทะเยอทะยานของสโมสรที่พร้อมลงทุนมหาศาลเพื่อคว้าตัวมาเสริมทัพ คลิปนี้จะพาไปดู 10 อันดับการย้ายทีมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ซึ่งแต่ละดีลล้วนเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก
อันดับ 10. เอเด็น อาซาร์ – 120.80 ล้านยูโร (จากเชลซีไปเรอัล มาดริด, ฤดูกาล 2019-20)
เมื่อเรอัล มาดริดเสียคริสเตียโน โรนัลโด้ไป พวกเขาต้องหาคนมาแบกทีม และอาซาร์คือความหวังนั้นครับ ดีลนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังมหาศาล แต่โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่เคยได้โชว์ศักยภาพเต็มที่ จนแฟน ๆ มองว่าดีลนี้เป็นหนึ่งใน “ดีลที่ผิดหวังที่สุด” ของราชันชุดขาว
อันดับ 9. เอ็นโซ เฟอร์นานเดซ – 121 ล้านยูโร (จากเบนฟิก้าไปเชลซี, ฤดูกาล2022-23)
หลังจากแจ้งเกิดในฟุตบอลโลก 2022 เชลซีไม่รอช้า รีบคว้ากองกลางดาวรุ่งชาวอาร์เจนตินามาเสริมทัพ ดีลนี้สะท้อนถึงความบ้าพลังของเชลซีในตลาดนักเตะครับ แม้ทีมจะยังไม่ลงตัว แต่เอ็นโซถูกวางตัวเป็นแกนกลางระยะยาวที่สโมสรจะสร้างทีมใหม่รอบ ๆ เขา
อันดับ 8. ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ – 125 ล้านยูโร (จากไบเออร์เลเวอร์คูเซ่นไปลิเวอร์พูล, ฤดูกาล2025-26)
เวิร์ตซ์คือ “เพชรเม็ดงาม” ของเลเวอร์คูเซ่น ลิเวอร์พูลจึงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวมา ดีลนี้ไม่ใช่แค่การเสริมทัพ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เพราะเวิร์ตซ์ถูกมองว่ามีศักยภาพที่จะกลายเป็นเพลย์เมกเกอร์ระดับโลกในอีกหลายปีข้างหน้าครับ
อันดับ 7. จู๊ด เบลลิงแฮม – 127 ล้านยูโร (จากดอร์ทมุนด์ไปเรอัล มาดริด, ฤดูกาล 2023-24)
เบลลิงแฮมย้ายจากดอร์ทมุนด์ไปเรอัล มาดริดเมื่อฤดูกาล 2023-24 และทันทีที่ลงสนาม เขาก็พิสูจน์ว่าคุ้มค่าทุกยูโร ด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งการสร้างสรรค์เกมและการยิงประตู เขาถูกยกให้เป็น “ผู้นำยุคใหม่” ของมาดริด และแฟน ๆ ต่างเชื่อว่าเขาจะเป็นตำนานคนต่อไปครับ
อันดับ 6. เชา เฟลิกซ์ – 127.20 ล้านยูโร (จากเบนฟิก้าไปแอตเลติโก มาดริด, 2019-20)
ดาวรุ่งโปรตุเกสถูกคาดหวังว่าจะเป็น “หน้าตาของอนาคต” ของแอตเลติโก ดีลนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดนักเตะ แต่เส้นทางของเขาไม่ง่ายเลย ทั้งการปรับตัวและแรงกดดันมหาศาล ทำให้แฟนบอลมองว่า ดีลนี้เป็นหนึ่งในดีลที่ล้มเหลวของตราหมี
อันดับ 5. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ – 135 ล้านยูโร (จากลิเวอร์พูลไปบาร์เซโลนา, ฤดูกาล2017-18)
บาร์ซ่าทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงคูตินโญ่จากลิเวอร์พูล หวังให้เขาเป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุก แต่ผลงานกลับไม่เปรี้ยงปร้างตามที่คาด ดีลนี้จึงถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งใน “การลงทุนที่ไม่คุ้มค่า” ของบาร์เซโลนา และยังเป็นบทเรียนราคาแพงในตลาดนักเตะครับ
อันดับ4. อเล็กซานเดอร์ อิซัค – 145 ล้านยูโร (จากนิวคาสเซิลไปลิเวอร์พูล, ฤดูกาล2025-26)
คือดีลล่าสุดที่ทำให้พรีเมียร์ลีกสะเทือน ลิเวอร์พูลคว้ากองหน้าชาวสวีเดนจากนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวมหาศาล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก ดีลนี้สะท้อนถึงความจริงจังของสโมสรที่ต้องการกลับมาครองความยิ่งใหญ่ครับ
อันดับ 3. อุสมาน เดมเบเล่ – 148 ล้านยูโร (จากดอร์ทมุนด์ไปบาร์เซโลนา, ฤดูกาล2017-18)
หลังเสียเนย์มาร์ บาร์ซ่าจำเป็นต้องหาตัวแทน และเดมเบเล่คือคำตอบในตอนนั้น แต่เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ต่อเนื่อง ดีลนี้จึงถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็น “ความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า” ครับ
อันดับ 2. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – 180 ล้านยูโร (จากโมนาโกไปปารีสแซงต์แชร์กแมง, ฤดูกาล2018-19)
เอ็มบัปเป้คือหนึ่งในนักเตะที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุน เปแอสเชทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงเขามาจากโมนาโก และเขาก็ตอบแทนด้วยฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรและทีมชาติฝรั่งเศสครับ
และ อันดับ 1. เนย์มาร์ จูเนียร์ – 222 ล้านยูโร , (จากบาร์เซโลนาไปปารีสแซงต์แชกแมง ฤดูกาล 2017-18)
ดีลที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลที่สุด เนย์มาร์ย้ายจากบาร์เซโลนาไปเปแอสเชด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 222 ล้านยูโร ทำลายสถิติทุกการย้ายทีม และจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้ เขากลายเป็น “สัญลักษณ์แห่งการลงทุนยุคใหม่” ที่เปลี่ยนโฉมตลาดนักเตะไปตลอดกาลครับ
สรุปแล้ว การย้ายทีมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของสโมสร บางดีลสร้างความสำเร็จและความคุ้มค่า แต่บางดีลก็กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ครับ เพื่อน ๆ คิดว่าดีลไหนคุ้ม หรือไม่คุ้มลองคอมเมนท์กันเข้ามาได้ครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น